LONGi Hi-MO X10 Scientist LR8-66HVD 640–665W — แผง N-type HPBC 2.0 + 0BB ประสิทธิภาพสูงสุด 24.62%

⚡ สรุปเร็ว

LR8-66HVD 640~665M คืออะไร?

  • กำลังไฟต่อแผ่น: 640–665 W ค่าเผื่อกำลัง 0~3% (คือรับประกันว่าไม่ได้ต่ำกว่าที่พิมพ์บนฉลาก)
  • ประสิทธิภาพโมดูล: 23.69% ในรุ่น 640W ถึง 24.62% ในรุ่น 665W
  • เซลล์: N-type TaiRay + HPBC 2.0 + 0BB (Back Contact) จำนวน 132 เซลล์ (6×22)
  • ขนาด/น้ำหนัก: 2382 × 1134 × 30 มม. หนัก 33.5 กก. กระจกสองชั้น 2.0+2.0 มม. semi-tempered
  • ประกัน: สินค้า 15 ปี · กำลังผลิตเชิงเส้น 30 ปี (ปีที่ 30 ยังเหลือ 88.85%)

LONGi Hi-MO X10 Scientist LR8-66HVD 640–665W คือแผงโซล่าเซลล์ N-type ที่ใช้เซลล์ HPBC 2.0 แบบ 0BB ให้ประสิทธิภาพโมดูลสูงสุด 24.62% ในรุ่น 665W ซึ่งเป็นระดับบนสุดของแผงที่ขายกันอยู่ในตลาดตอนนี้ นี่คือรุ่นที่ทีมวิศวกรของเราเลือกใช้ในการออกแบบเมื่อหลังคามีพื้นที่จำกัดแต่เจ้าของบ้านหรือผู้จัดการโรงแรมต้องการกำลังผลิตต่อตารางเมตรให้มากที่สุด เราออกแบบระบบ On-Grid/Off-Grid/Hybrid รอบแผงรุ่นนี้ให้ทั้งบ้าน พูลวิลล่า และรีสอร์ตในภูเก็ต–พังงา–กระบี่ พร้อมเดินเรื่อง ขออนุญาต กฟภ. ให้ครบทุกขั้นตอน และดูรุ่นอื่นเทียบกันได้ที่หน้า อุปกรณ์ทั้งหมด

LONGi Hi-MO X10 Scientist LR8-66HVD คือแผงแบบไหน ต่างจากแผงทั่วไปตรงไหน

หัวใจของรุ่นนี้คือเซลล์แบบ back contact หรือ HPBC 2.0 บนเวเฟอร์ N-type TaiRay ซึ่งย้ายขั้วไฟฟ้าทั้งหมดไปไว้ด้านหลังเซลล์ ด้านหน้าจึงไม่มีเส้นกริดเงินและไม่มีบัสบาร์ (จึงเรียกว่า 0BB) มาบังแสงเหมือนแผงทั่วไป แสงที่ตกลงบนแผ่นจึงถูกใช้งานได้เต็มหน้ามากกว่า และนั่นคือเหตุผลที่ประสิทธิภาพโมดูลไต่ขึ้นไปถึง 24.62% ทั้งที่แผ่นยังมีขนาดมาตรฐาน 2382 × 1134 × 30 มม. เท่าแผงใหญ่ทั่วไป พูดง่าย ๆ คือหลังคาผืนเดิมได้ kW มากกว่า ตัวแผงประกอบเป็นกระจกสองชั้น 2.0+2.0 มม. semi-tempered ทั้งหน้าและหลัง มีค่าไบเฟเชียล 75±5% แปลว่าด้านหลังยังรับแสงสะท้อนมาผลิตไฟเพิ่มได้ถ้าติดตั้งแบบยกสูงหรือบนพื้นที่สีอ่อน แลกมาด้วยน้ำหนัก 33.5 กก. ต่อแผ่นที่โครงสร้างหลังคาต้องรับไหว จุดที่ต่างจากแผงตระกูลอื่นชัดที่สุดคือความทนร้อน สัมประสิทธิ์อุณหภูมิ Pmax อยู่ที่ -0.260 %/°C ซึ่งต่ำกว่ารุ่น Hi-MO X6 Max และ Hi-MO 7 ในตระกูลเดียวกัน แปลว่าตอนบ่ายที่แผงร้อนจัด กำลังผลิตหล่นน้อยกว่า อ่านภาพรวมการเลือกยี่ห้อได้ที่ ยี่ห้อแผง และถ้าบ้านอยู่ติดชายฝั่งควรอ่าน ริมทะเล ประกอบก่อนตัดสินใจ

จุดเด่นจาก datasheet

  • 0BB ไม่มีเส้นบังแสงด้านหน้า: ขั้วไฟฟ้าอยู่หลังเซลล์ทั้งหมด หน้าแผงจึงเป็นสีดำสนิทและรับแสงได้เต็มพื้นที่ ดันประสิทธิภาพขึ้นถึง 24.62% ในรุ่น 665W ซึ่งแปลตรง ๆ ว่าติดจำนวนแผ่นน้อยลงเพื่อให้ได้ kW เท่าเดิม
  • สัมประสิทธิ์อุณหภูมิ -0.260 %/°C: ค่าบนฉลากวัดที่ 25°C แต่แผงบนหลังคาภูเก็ตตอนบ่ายร้อนกว่านั้นมาก ทุก 1°C ที่เกินขึ้นไปกำลังผลิตหายเพียง 0.260% ซึ่งต่ำกว่าแผงตระกูล HPDC และ HPBC+ ของ LONGi เอง — ผลต่างนี้สะสมเป็นหน่วยไฟทุกวันตลอดอายุระบบ
  • ไบเฟเชียล 75±5%: ด้านหลังแผงผลิตไฟได้ราวสามในสี่ของด้านหน้าเมื่อได้รับแสงสะท้อน คุ้มที่สุดกับงานยกสูงบนพื้นดาดฟ้าสีอ่อนหรือติดตั้งบนพื้นดิน ส่วนงานที่วางแนบหลังคากระเบื้องแทบไม่ได้ประโยชน์ส่วนนี้ ต้องบอกลูกค้าให้ตรง
  • ประกันยาวและเสื่อมช้า: ประกันสินค้า 15 ปี บวกประกันกำลังผลิตเชิงเส้น 30 ปี ปีแรกเสื่อมไม่เกิน 1% หลังจากนั้นปีละ 0.35% จบปีที่ 30 ยังต้องเหลือ 88.85% ของกำลังเดิม
  • รับแรงลม 5400 Pa ด้านหน้า / 2400 Pa ด้านหลัง: ผ่านการทดสอบลูกเห็บขนาด 25 มม. ที่ความเร็ว 23 ม./วินาที และใช้งานได้ในช่วง -40°C ถึง +85°C ซึ่งครอบคลุมสภาพมรสุมฝั่งอันดามันสบาย ๆ ถ้ายึดโครงและระยะจับยึดตามคู่มือผู้ผลิต
  • งานไฟฟ้า DC1500V: กล่องต่อสาย IP68 พร้อมไดโอด 3 ตัว ป้องกันระดับ Protection Class II ทนไฟ IEC Class C และฟิวส์อนุกรมสูงสุด 35A ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าจะขนานสตริงได้กี่ชุดต่อหนึ่งชุดป้องกัน
  • ค่าทางไฟฟ้าที่ต้องใช้ออกแบบ: รุ่น 665W ที่ STC ให้ Vmp 41.28 V / Imp 16.11 A และ Voc 50.02 V / Isc 16.78 A กระแสระดับนี้สูงกว่าแผงรุ่นเก่าพอสมควร สายไฟ DC ขั้วต่อ และช่อง MPPT ของอินเวอร์เตอร์ต้องเลือกให้รับกระแสได้จริง ไม่ใช่ดูแค่จำนวนวัตต์

ตารางสเปคสำคัญ (LR8-66HVD 640~665M)

รายการ ค่าตาม datasheet
กำลังไฟสูงสุด (Pmax)640–665 W (ค่าเผื่อกำลัง 0~3%)
ประสิทธิภาพโมดูล23.69% (640W) ถึง 24.62% (665W)
ชนิดเซลล์N-type TaiRay + HPBC 2.0 + 0BB (Back Contact)
จำนวนเซลล์132 เซลล์ (6×22)
Vmp / Imp41.28 V / 16.11 A (รุ่น 665W, STC)
Voc / Isc50.02 V / 16.78 A (รุ่น 665W, STC)
สัมประสิทธิ์อุณหภูมิ Pmax-0.260 %/°C
สัมประสิทธิ์อุณหภูมิ Voc / Isc-0.200 %/°C / +0.050 %/°C
ขนาด2382 × 1134 × 30 มม.
น้ำหนัก33.5 กก.
กระจก / เฟรมกระจกสองชั้น 2.0+2.0 มม. semi-tempered / เฟรมอะลูมิเนียมอโนไดซ์
ทนแรงลม / หิมะด้านหน้า 5400 Pa · ด้านหลัง 2400 Pa · ทดสอบลูกเห็บ 25 มม. ที่ความเร็ว 23 ม./วินาที
ประกันสินค้า15 ปี (วัสดุและกระบวนการผลิต)
ประกันกำลังผลิต30 ปี เชิงเส้น (ปีที่ 30 เหลือ 88.85%)
การเสื่อมสภาพปีแรก <1% · ปีที่ 2–30 ปีละ 0.35%
ค่าไฟฟ้า/สภาพแวดล้อมอื่นค่าไบเฟเชียล 75±5% · แรงดันระบบสูงสุด DC1500V (IEC) · ฟิวส์อนุกรมสูงสุด 35A · NMOT 45±2°C · อุณหภูมิใช้งาน -40°C ถึง +85°C · กล่องต่อสาย IP68 มี 3 ไดโอด · Protection Class II · ทนไฟ IEC Class C

หมายเหตุ: ตัวเลขทั้งหมดอ้างอิงจากเอกสารสเปคของ LONGi Green Energy Technology Co., Ltd. (隆基绿能科技股份有限公司) โดยตรง การออกแบบจริง (จำนวนแผงต่อสตริง ขนาดสายไฟ เบรกเกอร์) ต้องคำนวณตามหน้างานแต่ละแห่ง

ทำไมรุ่นนี้เหมาะกับภูเก็ต

  • ร้อนทั้งปี: ภูเก็ตแทบไม่มีวันที่แผงทำงานใกล้ 25°C ตามเงื่อนไข STC เลย ค่าสัมประสิทธิ์ -0.260 %/°C จึงเป็นตัวเลขที่มีผลกับบิลค่าไฟจริงมากกว่าเลขวัตต์บนฉลาก
  • หลังคาไม่ค่อยมีที่: พูลวิลล่าและโรงแรมส่วนใหญ่มีหลังคาหลายผืนเล็ก ๆ ปนกับดาดฟ้าที่มีงานระบบวางอยู่ ประสิทธิภาพ 24.62% ช่วยให้อัดกำลังผลิตลงในพื้นที่เท่าที่มีได้มากที่สุด
  • มรสุมและฝนสาด: โครงสร้างกระจกสองชั้นพร้อมพิกัดรับแรง 5400 Pa ด้านหน้าและ 2400 Pa ด้านหลัง บวกกล่องต่อสาย IP68 ออกแบบมาเผื่อลมและน้ำหนักน้ำฝนที่ฝั่งอันดามันเจอทุกปี
  • เงาบังจากต้นไม้และงานระบบบนดาดฟ้า: LONGi ระบุว่าดีไซน์ soft breakdown ของเซลล์ HPBC 2.0 ช่วยลดการสูญเสียกำลังและลดความร้อนสะสมที่จุดโดนบัง ซึ่งตรงกับหน้างานภูเก็ตที่มักมีต้นมะพร้าว ถังน้ำ หรือปล่องระบายทอดเงาช่วงเช้า-เย็น

เหมาะกับใคร

  • โรงแรมและรีสอร์ต: ที่ต้องการลดค่าไฟช่วงกลางวันให้มากที่สุดจากหลังคาที่มีอยู่จำกัด และมีโครงสร้าง คสล. หรือเหล็กที่รับแผงกระจกสองชั้น 33.5 กก. ได้สบาย
  • พูลวิลล่าให้เช่า: ที่โหลดหลักคือแอร์ ปั๊มสระ และเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งกินไฟตรงกับช่วงที่แผงผลิตได้ดีที่สุด และเจ้าของอยากได้ระบบที่ดูแลยาว ๆ 30 ปีตามประกันกำลังผลิต
  • บ้านพักอาศัยที่หลังคาผืนเล็ก: บ้านที่มีหน้าจั่วรับแดดไม่กี่ตารางเมตร ต้องการดัน kW ให้พอกับบิลค่าไฟโดยไม่ต้องขยายไปยังหลังคาทิศที่แดดไม่ดี
  • อาคารพาณิชย์และร้านอาหาร: ที่เปิดกลางวันเป็นหลัก คืนทุนจากการใช้ไฟตรงกับช่วงผลิต และดาดฟ้ามักมีเงาจากงานระบบเดิมบังบางส่วน
  • งานติดตั้งบนพื้นดินหรือยกสูง: ที่พื้นด้านล่างเป็นสีอ่อนหรือคอนกรีต จะได้ประโยชน์เพิ่มจากค่าไบเฟเชียล 75±5% ด้านหลังแผง

สรุป

LONGi Hi-MO X10 Scientist LR8-66HVD 640–665W คือแผงสำหรับงานที่ตัวแปรสำคัญคือ "พื้นที่หลังคาเท่าที่มี" ไม่ใช่จำนวนแผ่น ด้วยประสิทธิภาพสูงสุด 24.62% สัมประสิทธิ์อุณหภูมิ -0.260 %/°C และประกันกำลังผลิต 30 ปี ข้อแลกเปลี่ยนที่ต้องคุยกันก่อนเสมอคือน้ำหนัก 33.5 กก. ต่อแผ่นจากโครงสร้างกระจกสองชั้น ซึ่งเราจะตรวจโครงหลังคาหน้างานให้ก่อนสรุปแบบ ถ้าอยากรู้ว่าระบบขนาดไหนพอกับบ้านหรือกิจการของคุณ ลอง คำนวณค่าไฟ ดูคร่าว ๆ ก่อน แล้ว ติดต่อ ให้ทีมเราเข้าไปสำรวจหน้างานและออกแบบให้ตรงกับการใช้ไฟจริง หรือดูขอบเขต บริการ ทั้งหมดของเราได้

ดูรุ่นอื่นของแบรนด์นี้ได้ที่ หน้ารวม LONGi หรือดูอุปกรณ์ทั้งหมดที่เราติดตั้งที่ หน้าอุปกรณ์

ดาวน์โหลด Datasheet (PDF) — เอกสารสเปคฉบับเต็มจากผู้ผลิต

คำถามที่พบบ่อย

LONGi LR8-66HVD 665W สเปคเท่าไหร่

รุ่นนี้เป็นแผง N-type TaiRay ที่ใช้เซลล์ HPBC 2.0 แบบ 0BB จำนวน 132 เซลล์ (6×22) กำลังไฟ 640–665 W ต่อแผ่น ค่าเผื่อกำลัง 0~3% ประสิทธิภาพโมดูล 23.69% ในรุ่น 640W ไล่ขึ้นไปถึง 24.62% ในรุ่น 665W ที่สภาวะ STC รุ่น 665W ให้ Vmp 41.28 V / Imp 16.11 A และ Voc 50.02 V / Isc 16.78 A ขนาดแผ่น 2382 × 1134 × 30 มม. น้ำหนัก 33.5 กก. เป็นกระจกสองชั้น 2.0+2.0 มม. semi-tempered ค่าไบเฟเชียล 75±5% รองรับแรงดันระบบ DC1500V และฟิวส์อนุกรมสูงสุด 35A ตัวเลขทั้งหมดนี้อ้างจาก datasheet ของผู้ผลิตโดยตรง

แผง LONGi Hi-MO X10 Scientist ประกันกี่ปี

LONGi ให้ประกันสองชั้นที่ต้องแยกให้ชัด ชั้นแรกคือประกันสินค้า 15 ปี ครอบคลุมความบกพร่องของวัสดุและกระบวนการผลิต ส่วนชั้นที่สองคือประกันกำลังผลิตเชิงเส้น 30 ปี โดยปีแรกเสื่อมได้ไม่เกิน 1% และตั้งแต่ปีที่ 2 ถึงปีที่ 30 เสื่อมได้ปีละ 0.35% ทำให้ปีที่ 30 ต้องยังผลิตได้ไม่ต่ำกว่า 88.85% ของกำลังเดิม ข้อควรรู้คือการเคลมในไทยดำเนินการผ่านผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้ง เราจึงแนะนำให้ตรวจเงื่อนไขการส่งเคลมและค่าขนส่งของตัวแทนให้ชัดตั้งแต่ตอนทำสัญญา ไม่ใช่ตอนแผงเสีย

เซลล์ HPBC 2.0 ต่างจากแผงทั่วไปยังไง คุ้มกับส่วนต่างไหม

แผงทั่วไปมีเส้นเงินและบัสบาร์พาดอยู่หน้าเซลล์เพื่อรวบกระแส ส่วน HPBC 2.0 ย้ายขั้วไฟฟ้าไปไว้ด้านหลังทั้งหมดและตัดบัสบาร์ด้านหน้าออก (0BB) พื้นที่รับแสงจึงเต็มกว่า ผลลัพธ์คือประสิทธิภาพโมดูลถึง 24.62% และสัมประสิทธิ์อุณหภูมิ -0.260 %/°C ซึ่งต่ำกว่ารุ่น Hi-MO X6 Max และ Hi-MO 7 ในตระกูลเดียวกัน แปลว่าร้อนแล้วกำลังตกน้อยกว่า จุดตัดสินใจจริงคือพื้นที่ ถ้าหลังคายังเหลือที่ว่างเยอะ การเติมแผงรุ่นประหยัดกว่ามักคุ้มกว่า แต่ถ้าพื้นที่จำกัดจนติดได้ไม่กี่แผ่น ประสิทธิภาพต่อตารางเมตรของรุ่นนี้คือทางที่ทำให้ระบบใหญ่พอใช้งานจริง

ต่ออนุกรมได้กี่แผ่นต่อสตริง และใช้กับอินเวอร์เตอร์รุ่นไหน

จำนวนแผ่นต่อสตริงไม่ใช่ค่าคงที่ ต้องคำนวณจาก Voc 50.02 V ที่ STC ปรับด้วยสัมประสิทธิ์อุณหภูมิ Voc -0.200 %/°C ที่อุณหภูมิต่ำสุดหน้างาน แล้วเทียบกับพิกัดแรงดันขาเข้าของอินเวอร์เตอร์ที่เลือก โดยตัวแผงเองรองรับแรงดันระบบสูงสุด DC1500V ฝั่งกระแสต้องดู Imp 16.11 A และ Isc 16.78 A ว่าไม่เกินพิกัดต่อช่อง MPPT รวมถึงฟิวส์อนุกรมสูงสุด 35A ที่กำหนดว่าขนานสตริงได้กี่ชุด ทีมออกแบบของเราจะจับคู่แผงกับอินเวอร์เตอร์ให้ทั้งชุด และตรวจกับข้อกำหนดการเชื่อมต่อของ กฟภ. ก่อนยื่นเรื่องขนานไฟ

หลังคาบ้านในภูเก็ตรับน้ำหนักแผงรุ่นนี้ไหวไหม

ต้องตรวจก่อนเสมอ เพราะรุ่นนี้เป็นแผงกระจกสองชั้นหนัก 33.5 กก. ต่อแผ่น ขนาด 2382 × 1134 มม. ทั้งหนักและใหญ่กว่าแผงบ้านรุ่นเดิมพอสมควร หลังคาโครงเหล็กหรือ คสล. ที่ออกแบบไว้ดีมักรับได้ แต่หลังคาไม้เก่าหรือโครงจันทันระยะห่างมากอาจต้องเสริมก่อน ตัวแผงเองรับแรงกดด้านหน้า 5400 Pa และด้านหลัง 2400 Pa ผ่านทดสอบลูกเห็บ 25 มม. ที่ 23 ม./วินาที ใช้งานได้ตั้งแต่ -40°C ถึง +85°C ถ้าโครงสร้างรับน้ำหนักได้จำกัดจริง ๆ ในตระกูลเดียวกันยังมีรุ่นกระจกชั้นเดียวที่เบากว่าให้เลือกแทน

อยากได้แบบระบบที่ใช้ LONGi LR8-66HVD ให้ทีมเราสำรวจหน้างานฟรี

ให้ทีมงานสำรวจหน้างานและออกแบบระบบที่เหมาะกับการใช้ไฟของคุณ ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

ขอใบเสนอราคาฟรี